วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประเภทของสื่อการเรียนรู้ (สื่อเทคโนโลยี)




ประเภทของสื่อการเรียนรู้ (สื่อเทคโนโลยี)

 สื่อเทคโนโลยี หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนวัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แถบบันทึกภาพพร้อมเสียง (วิดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง ภาพนิ่ง สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นอกจากนี้สื่อเทคโนโลยี ยังหมายรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น


ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext)
ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) หมายถึง ข้อความ หรือกลุ่มของข้อความที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยการนำเสนอแบบปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ด้วยการนำข้อความที่ใช้มาเป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งจะปรากฏในลักษณะที่เด่นกว่าข้อความอื่น เช่น เป็นคำที่ขีดเส้นใต้ หรือคำที่เป็นตัวหนา เป็นต้น ในยุคแรกที่มีการนำไฮเปอร์ลิ้งค์เข้ามาใช้ในคอมพิวเตอร์ ที่เห็นได้เด่นชัด ได้แก่ ข้อความในระบบช่วยเหลือของโปรแกรมต่าง ๆ ซึ่งรูปแบบของระบบช่วยเหลือจะเริ่มด้วยการแสดงหัวข้อของการช่วยเหลือทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้เป็นผู้เลือกว่าต้องการความช่วยเหลืออย่างไรโดยใช้เมาส์คลิกที่หัวข้อนั้นๆ แล้วจะมีช่องข้อความและภาพที่เกี่ยวข้องกับคำนั้นปรากฏขึ้นมาให้อ่าน จากหัวข้อที่ถูกเลือกจะถูกเชื่อมโยงไปยังรายละเอียดภายในที่ได้ตระเตรียมไว้แล้ว และแสดงผลออกมาทางหน้าจอในรูปของข้อความซึ่งภายในข้อความเหล่านี้อาจจะมีบางข้อความที่สำคัญได้ถูกเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาอื่นอีก รูปแบบของข้อความหลายมิติจึงไม่ใช่เป็นการเสนอเนื้อหาแบบเส้นตรงที่ผู้อ่านจะต้องอ่านตั้งแต่ต้นไปจนจบ แต่สามารถอ่านแทรกข้อความที่เป็นคำสำคัญที่ตนสนใจได้เป็นระยะ ๆ ตามความต้องการ การนำเสนอเนื้อหาทั้งหมดนี้เป็นไปในรูปแบบของตัวอักษรทั้งสิ้น 

ไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia)

ไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia) หมายถึง สื่อหลายมิติ  เป็นการใช้คอมพิวเตอร์นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาความรู้ต่างๆ ทั้งในรูปของ ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงไปมาระหว่างส่วนต่างๆของบทเรียนได้อย่างรวดเร็วตามต้องการ ไฮเปอร์มีเดีย เป็นการขยายแนวความคิดมาจาก ไฮเปอร์เทกซ์ อันเป็นผลมาจากพัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่สามารถประสมประสานสื่อหรืออุปกรณ์หลายอย่าง






วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

   

              ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา          

       โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ


วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต



ความหมายของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
หมายถึง การเชื่อมต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือคอมพิวเตอร์ใดๆ หรืออุปกรณ์มือถือ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการต่างๆในอินเทอร์เน็ตได้ (เช่นอีเมลและเวิลด์ไวด์เว็บ) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider, ISP) เสนอการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้ประชาชนทั่วไปผ่านทางเทคโนโลยีต่างๆที่มีความหลากหลายของอัตราการส่งสัญญาณข้อมูล (ความเร็ว)




ประเภทของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
การเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานเป็นสำคัญ เช่นใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลที่บ้าน ใช้ในเชิงธุรกิจ ใช้เพื่อความบันเทิง หรือใช้ภายในองค์กรขนาดใหญ่ ดังนั้นการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตจึงมีความแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความต้องการ รวมทั้งเงินทุนที่จะใช้ในการติดตั้งระบบด้วย ปัจจุบันการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่นิยมใช้มี 5 ลักษณะ คือ

1. การเชื่อมต่อแบบ Dial Up
เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล กับสายโทรศัพท์บ้านที่เป็นสายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตต้องทำการติดต่อกับผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะกำหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) มาให้เพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ต
ข้อดี ของการเชื่อมต่อแบบ Dial Up คือ
-         อุปกรณ์มีราคาถูก
-         การติดตั้งง่าย
-         การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทำได้ง่าย
ข้อเสีย คืออัตราการรับส่งข้อมูลค่อนข้างต่ำเพียงไม่เกิน 56 kbit (กิโลบิต) ต่อวินาที

2. การเชื่อมต่อแบบ ISDN(Internet Services Digital Network)
เป็นการเชื่อมต่อที่คล้ายกับแบบ Dial Up เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเชื่อมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล (Digital) และต้องใช้โมเด็มแบบ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ
-ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN
-การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ
-ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่
ข้อดี คือไม่มีสัญญาณรบกวน มีความเร็วสูง และยังคงสามารถใช้โทรศัพท์เพื่อพูดคุยไปได้พร้อม ๆ กับการเล่นอินเตอร์เน็ต
ข้อเสีย คือมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าระบบ Dial-Up

3. การเชื่อมต่อแบบ DSL(Digital Subscriber Line)
เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่านสายโทรศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตแบบ DSL ก็คือ
- ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรือไม่
- บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSL
- การเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชื่อมต่อ
- ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
ข้อดี คือมีความเร็วสูงกว่าแบบ Dial-Up และ ISDN
ข้อเสีย คือไม่สามารถระบุความเร็วที่แน่นอนได้

4. การเชื่อมต่อแบบ Cable
เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
- ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ
- ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
ข้อดี คือถ้ามีสายเคเบิลทีวีอยู่แล้ว สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยเพิ่มอุปกรณ์ Cable Modem ก็สามารถเชื่อมต่อได้
ข้อเสีย คือถ้ามีผู้ใช้เคเบิลในบริเวณใกล้เคียงมาก อาจทำให้การรับส่งข้อมูลช้าลง

5. การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites)
เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Direct Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
- จานดาวเทียมขนาด 18-21 นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม
- ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต
ข้อเสีย ของการเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites) ได้แก่
-ต้องส่งผ่านสายโทรศัพท์เหมือนแบบอื่น ๆ
-ความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่ำมากเมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ
-ค่าใช้จ่ายสูง
  



วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อุปกรณ์เ้ทคโนโลยีสมัยใหม่


Wearable devices will proliferate

        
04_tech
อุุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยการจุดประกายความหวังสำหรับอนาคตที่เริ่มจาก Google Glass แว่นตาอัจฉริยะจากค่าย Google ที่ปรากฏออกมาทำให้มีผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีชั้นนำเริ่มคิดค้นหาสิ่งใหม่ๆ มาตอบโจทย์ผู้บริโภคในอนาคตมากขึ้น และในปี 2014 จะเป็นปีแห่งการแตกหน่อสินค้าไอทีประเภทอุปกรณ์สวมใส่อีกมากมายที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่นนาฬิกาไฮเทค Sony Smartwatch และ Samsung Galaxy Gear ที่ถูกนำมาวางขายเคียงคู่กับสมาร์ทโฟนในร้านค้าชั้นนำหลายแห่งแล้ว

Credit  :  http://tech.th.msn.com/

คำศัพท์คอมพิวเตอร์

          1.)  backup : การสำรอง
การสำรองเอาไว้ใช้สำรองโปรแกรมหรือสำรองไว้เพื่อกันโปรแกรมเสียหาย


          2.)  buffer : ที่พักข้อมูล ที่ปรับอัตรา หรือกันชน
ใช้พักข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ input/out กับ CPU เป็นพื้นที่สำหรับหน่วยความจำขนาดเล็ก ติดต่อ buffer สองตัว

          3.)   binary number system : ระบบเลขฐานสอง
ในระบบเลขฐานสองจะมีอยู่ 2 digits คือ เลข 0 กับเลข 1 ซึ่งคอมพิวเตอร์จะให้แปลงคำสั่งเป็นเลข 0 และ 1 ในการประมวลผล และใช้เลข 0,1 เป็นเงื่อนไขหรือการกระทำ

          4.)  control program : โปรแกรมควบคุม
ปกติจะเป็นระบบปฏิบัติการ โปรแกรมควบคุมสามารถช่วยควบคุมการปฏิบัติการและการจัดการในระบบคอมพิวเตอร์

          5.)  coursor : ตัวชี้ตำแหน่ง
สัญลักษณ์ที่แสดงผลบนจอภาพ คือ ขีดเส้นใต้กระพริบเพื่อแสดงหรือชี้ว่า ตัวถัดไปอยู่ตำแหน่งไหน อาจจะเป็นสัญลักษณ์ขีดเส้นใต้ หรือกล่องซึ่งบอกว่าคุณกำลังอยู่ตำแหน่งไหนบนจอภาพ

          6.)   data : ข้อมูล
ข้อมูลที่เตรียมไว้เพื่อจะนำไปเข้าสู่การประมวลผล

          7.)   data base : ฐานข้อมูล
ที่รวมของไฟล์ที่มีความสัมพันธ์กันโดยใช้หลักการบางอย่างทำให้ข้อมูลไม่ซ้ำซ้อนกันและสามารถเรียกใช้งานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

          8.)   central processing unit : หน่วยประมวลผลกลาง
เป็นส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์มีหน้าที่ในการควบคุมการแปลและการรันโปรแกรมและคำสั่งต่างๆ ใน CPU ประกอบด้วยหน่วยความจำหลัก หน่วยคำนวณและตรรกะ และหน่วยควบคุม

          9.)  channel : ช่องสัญญาณหรือร่องข้อมูล
เป็นเส้นทางสำหรับการส่งสัญญาณระหว่างคำสั่งและตำแหน่งของข้อมูล แบ่งเป็นแทร็คในเทปแม่เหล็กหรือเรียกว่า แบนด์ในดรัมแม่เหล็ก เป็นอุปกรณ์ที่เป็นตัวนำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ไปสู่ CPU และจาก CPU ไปสู่อุปกรณ์ต่างๆ

          10.)  chip : ชิป
สร้างมาจากซิลิโคนประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และประกอบเป็น integrated

          11.)   computer network : ข่ายงาน หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์
เป็นการเชื่อมต่อการประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องหรือมากกว่า

          12.)   computer operator : การดำเนินการคอมพิวเตอร์หรือการปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
เป็นการทำงานที่รวมถึงการติดตั้งระบบและอุปกรณ์ เป็นการเริ่มดำเนินโปรแกรม ตรวจสอบการทำงานของไมโครโปรเซสเซอร์และจบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

          13.)   console : ส่วนเฝ้าคุมหรือจอเฝ้าคุม
เป็นช่องทางของคอมพิวเตอร์ที่ใช้มนุษย์ควบคุมการติดต่อสื่อสารด้วยระบบคอมพิวเตอร์

          14.)   documnutation : การจัดทำเอกสาร
เป็นเอกสารระหว่างการวิเคราะห์และคำสั่งย่อยของโปรแกรมและข้อมูลของโปรแกรมและระบบเก็บตัวแปรและมีไว้เพื่อปรับปรุงโปรแกรามในวันต่อไป

          15.)   EPROM : หน่วยความจำโปรแกรมลบได้
ลบและอ่านหน่วยความจำได้เพียงอย่างเดียว โดยสามารถเขียนโปรแกรมได้ในเงื่อนไขอย่างจำกัดเพียงครั้งเดียว 

          16.)  hardware : ส่วนเครื่อง หรือส่วนอุปกรณ์
การประดิษฐ์ส่วนประกอบของวัตถุ นำมาปะติดปะต่อโดยมีส่วนประกอบ ตัวอย่างเช่น เครื่องมือ อิเล็กตรอน แม่เหล็กและเครื่องจักร โดยจะมีส่วนตรงข้ามกับซอร์ฟแวร์

          17.)  instruction : คำสั่งหรือคำสั่งเครื่อง
การเซ็ตข้อมูลที่เป็นตัวอักษรในคำสั่งระบบปฏิบัติการของข้อมูล แสดงผลการทำงานใน i.e. เป็นส่วนสำคัญและนิยมตั้งขึ้น เพื่อให้ให้คำสั่งในระบบดีขึ้น

          18.)  field : เขตข้อมูล
กลุ่มตัวอักษรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติในยูนิต e.g. กลุ่มของผู้ใช้การ์ดข้อมูลแทนอัตราค่าจ้างเป็นชั่วโมง รวมทั้งการบันทึกรายการหัวเรื่องต่างๆ

          19.)  function : ส่วนหน้าที่ย่อย
ส่วนที่ทำหน้าที่ของโปรแกรม จะเรียกใช้งานภายในและคอมพิวเตอร์นิยมทำงานในคราวเดียว การย้อนกลับของหัวข้อโปรแกรมตลอด ซึ่งของโปรแกรมจะผ่านเข้าไปตลอด

          20.)  maintenance programming : รักษาโปรแกรม
ข้อปฏิบัติในการักษาแก้ไขสภาพของโปรแกรมให้ถูกต้องและคงอยู่สภาพดังเดิม

          21.)  menu : รายการเลือก
คอมพิวเตอร์ที่ใช้จะเซตโปรแกรมเพื่อเตรียมการไว้เลือกคำสั่งในการแสดงหัวข้อผู้ใช้สามารถดูได้
จากการเลือกเมนูคำสั่งแสดงผลโปรแกรมจะทำงานหนักมากในการรันโปรแกรม

          22.)  microcomputer : ไมโครคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสามารถแยกออกเป็นแต่ละประเภท ประกอบด้ววย การดำเนินงานของไมโครโปรเซสเซอร์ ผู้ใช้และปะปนกับการเก็บรักษาและการรับเข้าส่งออกส่วนต่างๆ ระบบคอมพิวเตอร์เล็กนี้จะประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์และซอต์ฟแวร์ มีจำนวนการขายไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

          23.)  minicomputer : คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก
เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทำการรับเข้าส่งออก ใช้ระบบดิจิตอล ตัวอักษรสูงในไมโครคอมพิวเตอร์

          24.)   internal storage : หน่วยเก็บภายใน
เป็นหน่วยเก็บข้อมูลภายในโดยตรงในระบบดิจิตอลคอมพิวเตอร์ภายใต้การควบคุมของ CPU 

          25.)  interpreter : ตัวแปลคำสั่งหรือชุดคำสั่งแปลคำสั่ง
เป็นระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นตัวแปลคำสั่งหรือชุดคำสั่งแปลคำสั่งซึ่งในคำสั่งในภาษาเครื่องเป็นการแปลภาษาเครื่องให้เป็นภาษาโปรแกรม

          26.)  laser printer : เครื่องพิมพ์ใบ้ระบบแสงเลเซอร์
เป็นอุปกรณ์การพิมพ์ที่ใช้ในการสร้างภาพหรือข้อความโดยใช้แสงเลเซอร์

          27.)  local area network : ข่ายงานบริเวณเฉพาะหน้าที่
เป็นระบบเครือข่ายการติดต่อสื่อสารเฉพาะที่ที่เชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระบบเทอร์มินัลและที่ตั้งจะอยู่บริเวณเดียวกันไม่ว่าจะเป็นอาคารหรือระหว่างชั้นในอาคารเดียวกัน

          28.)  LST : วงจรรวมความจุสูง
เป็นวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ประกอบด้วยชิปเดี่ยวเล็กๆ ทำจากซิลิคอนหรือส่วนประกอบอื่นๆ ประกอบเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน

          29.)  Operating System : ระบบปฏิบัติการ
เป็นระบบปฏิบัติการที่ควบคุมและจัดการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้ใช้หรือผู้ที่ควบคุมหรือ กำลังปฏิบัติการอยู่สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้

          30.)  Operating code : รหัสดำเนินการ
เป็นรหัสของชุดคำสั่งที่ถูกกำหนดให้ปฏิบัติการดำเนินงานในคอมพิวเตอร์อยู่ในส่วนของคำสั่ง ระดับ ภาษาเครื่องที่ควบคุมโดย  รหัสปฏิบัติการ

          31.)   personal computer : คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีผู้ใช้งานแบบคนเดียวทำงานโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์อย่างอื่นช่วยเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก 

          32.)  printer : เครื่องพิมพ์
เป็นอุปกรณ์เครื่องพิมพ์ที่สามารถแสดงผลลัพธ์ออกมาในรูปของกระดาษมีทั้งแบบเครื่องพิมพ์แบบ กระทบและเครื่องพิมพ์แบบไม่กระทบ

          33.)   program : ชุดคำสั่ง
เป็นโปรแกรมที่ใช้ชุดคำสั่งในการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์

          34.)  Modem : ตัวกล้ำและแยกสัญญาณ
เป็นอุปกรณ์ที่ทำการแปลงสัญญาณข้อมูลดิจิตอลให้เป็นสัญญาณอนาล็อกแล้วจึงทำการส่งออกไปสู่สายสื่อสารต่อไป

          35.)  network data structure : โครงสร้างข้อมูลแบบเครือข่าย
เป็นโครงสร้างข้อมูลแบบเครือข่ายที่มีข้อมูลได้หลายข้อมูลเรียกว่า node

          36.)   offline : นอกสายหรือไม่เชื่อมตรง
เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้นอกสายในการติดต่อสื่อสาร ไม่เชื่อมตรงต่อ CPU เป็นระบบที่ติดต่อกับระบบคอมพิวเตอร์

          37.)  Online : ในสายหรือเชื่อมตรง
เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่อยู่ในสายในการติดต่อสื่อสารเชื่อมต่อ CPU เป็นอุปกรณ์หรือระบบที่ไม่ต่อโดยตรงในระบบคอมพิวเตอร์

          38.)  Simulation : การจำลอง
เป็นการออกแบบและวิเคราะห์คุณสมบัติหรือลักษณะของกายภาพหรือการสมมุติโดยลักษณะของระบบหุ่นจำลอง

          39.)   Software : ส่วนชุดคำสั่ง
การตั้งโปรแกรม เอกสาร ขั้นตอน และมีความเกี่ยวข้องกันด้วยการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ 

          40.)  System analyst : นักวิเคราะห์ระบบ
เป็นบุคคลที่ศึกษาและวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงาน วิธีการและเทคนิคโดยรวมของระบบงานเพื่อให้ตรงต่อความต้องการของผู้ใช้และทำหน้าที่ออกแบบระบบงาน

          41.)  System design : การออกแบบระบบ
การออกแบบงานสร้างงานเพื่อครอบคลุมปัญหาต่างๆ ที่อยู่ในระบบ ในการออกแบบขั้นสุดท้ายจะต้องมีการแนะนำงานที่มีประสิทธิผล

          42.)  Terminal : เครื่องปลายทาง
เป็นการต่อสายเกี่ยวกับ I/O ของระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะต่อเป็นคู่ คือ ส่วนของข้อมูลที่ออกและข้อมูลที่เข้ามาที่เก็บได้และส่งไปแสดงผลลัพธ์

          43.)  Pseudocode : รหัสเทียมหรือรหัสจำลอง
เป็นเครื่องมือใช้ในการวิเคราะห์โปรแกรม เป็นการทดสอบและย่อจากโครงสร้างจริงของคอมพิวเตอร์มีการเขียนมาในลักษณะธรรมดา

          44.)  Record : ระเบียนหรือบันทึก
เป็นการรวมข้อมูลจากฟิลด์ที่มีความสัมพันธ์กัน โครงสร้างข้อมูลจะเป็นแบบตัวเลขตายตัว

          45.)  Register : เรจิสเตอร์
เป็นการเก็บข้อมูลแต่ละชนิดได้ เป็นหน่วยความจำที่มีพื้นที่เล็กๆ ใช้ในการเก็บผลลัพธ์จากการคำนวณ ของหน่วยคำนวณ

          46.)  Serial access : การเข้าถึงโดยลำดับ
เป็นลักษณะหน่วยความจำที่เข้าถึงโดยมีความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่แน่นอนและตำแหน่งข้อมูลในหน่วยความจำ

          47.)  Variable : ตัวแปร
เก็บค่าไว้ในหน่วยความจำ อ้างอิงถึงตัวอักษร จะสามารถรู้ถึงค่าข้อมูลที่เก็บเอาไว้

          48.)  Virtual storage : หน่วยเก็บเสมือน
เป็นหน่วยเก็บข้อมูลสำรองและเป็นโปรแกรมพิเศษในการทำงานส่วนหนึ่งของโปรแกรม ซึ่งจะส่งผลผ่านไปในระบบ ส่งจากหน่วยเก็บข้อมูลภายในไปแสดงผลภายนอก

          49.)  Volatile storage : หน่วยเก็บลบเลือนได้
เป็นหน่วยความจำขนาดกลางที่สามารถลบได้

          50.)  Windows : จอซ้อน หรือจอทำซ้อน
เป็นจอภาพที่แสดงถึงสถานะการใช้งานของโปรแกรมประยุกต์ที่น่าสนใจ สามารถเปิดหน้าต่างโปรแกรมหลายๆโปรแกรมเพื่อใช้งาน